|Junru Zhou

เดินล่องท่องตำนานปรัมปราที่ Houzou-ji

สำหรับญี่ปุ่นแล้ว วัดและวิหารต่างๆนั้นอุดมไปด้วยคำเล่าขานตำนานโบราณและประวัติศาสตร์มากมาย บ้างก็พูดถึงต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่ยงคงกระพัน และบ้างก็พูดถึงตัววัดและวิหารนั้นๆเองว่ามีที่มาความเป็นไปอย่างไรในอดีต ซึ่งเรื่องเล่าอันน่าสนใจเหล่านี้ได้หลับไหลรอคอยผู้ที่มาค้นพบมันอยู่เรื่อยมา และอาจจะด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เราพบว่าหลายครั้ง เราคงไม่มีวันได้รับรู้ถึงมันเลย หากไม่ได้ลองเยื้อย่างเข้าไปสัมผัสมันด้วยตนเอง

และหนึ่งในวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ดังที่กล่าวมานั้นคือ Houzou-ji หรือ วัดโฮโซ นั่นเอง

หลังจากเดินข้ามผ่านสะพานสีแดงไป จะพลันปรากฏขึ้นซึ่งบานประตูสู่ Houzou-ji ทางเข้านั้นแม้จะดูเป็นบานประตูไม้เรียบง่ายยากจะหาจุดสังเกต แต่หากลองพินิจดูให้ดีจะเห็นได้ว่าบานประตูแห่งนี้มีรายละเอียดและลวดลายเล็กๆซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจุดนี้เอง ก็อาจนับได้ว่าเป็นความงามที่แฝงอยู่ในความสงบเงียบง่ายดาย ซึ่งเป็นแบบฉบับของวิถีญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

และเมื่อลอดผ่านบานประตูเข้ามาเมื่อใด ผืนดินที่เราท่านเหยียบอยู่นั้นก็คือ ดินแดนแห่งพุทธองค์

Houzou-ji นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อไป ค.ศ. 701 โดยฝีมือของพระสงฆ์ชื่อดังแห่งยุคนารา นาม Gyoki

โดยบันทึกยังระบุไว้อีกว่า ต้นสนในตัววัดนั้นเป็นต้นสนที่ถูกปลูกขึ้นด้วยสองมือของ Gyoki เอง และบัดนี้ ต้นส้นนั้นก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง Okazaki นอกจากนี้ ในอดีตกาลนั้น เบื้องหลังของต้นสนนั้นยังมีต้นซากุระที่ Tokugawa Ieyasu จอมคนผู้เบิกทางสู่ยุคสมัยเอโดะอันรุ่งเรือง ปลูกไว้ตั้งตระหง่านอยู่ หากแต่มาบัดนี้ ต้นซากุระนั้นได้แห้งเหี่ยวไปตามกาลเวลาในที่สุด

หลังจากปี ค.ศ. 1441 Houzou-ji ก็ได้กลายมาเป็นวัดประจำตระกูล Tokugawa และด้วยเหตุนั้นเองที่ทำให้ แม้ในปัจจุบัน วัดแห่งนี้ก็ยังคงมีสิ่งที่บ่งบอกและทำให้ระลึกถึงตัวตนของ Tokugawa Ieyasu ในสมัยนั้นอยู่ไม่น้อย ดังเช่นโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งเขาเคยใช้ร่ำเรียน หรือแม้กระทั่งธนูคันโปรด ก็ได้หลับไหลอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และสิ่งเหล่านั้นเอง ก็เป็นดั่งเครื่องย้อนเวลา ซึ่งทำให้เราท่านได้เห็นช่วงชีวิตในวัยเยาว์ของบุคคลผู้จะเติบใหญ่ขึ้นเป็นจอมคนที่อยู่เหนือผู้คนทั้งประเทศ ในอีกหลายปีถัดมา

นอกจากนั้น Houzou-ji แห่งนี้ยังคงเป็นหลุมศพของตระกูล Tokugawa และ Matsudaira อันเป็นบรรพบุรุษของพวกเขา อีกด้วย และเป็นที่แห่งนี้เอง ที่ทั้ง บิดา เหล่าพี่น้อง และบุตรสาวคนแรกของ Tokugawa Ieyasu ได้หลับไหลอยู่อย่างสงบ
ครั้งเมื่อจบศึก Okehahazama แล้ว Tokugawa Ieyasu ก็ได้ให้เกียรติแก่ Houzou-ji แห่งนี้ด้วยการมอบสิทธิ์แห่ง Syugo -funyu(守護不入) ให้กับมัน

* Syugo -funyu(守護不入) หมายถึง สิทธิ์ที่มีให้แก่สถานที่ ซึ่งมีผลทำให้สถานที่นั้นๆไม่สามารถเข้าตรวจค้นได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นรัฐบาลหรือผู้ใดก็ตาม

เมื่อเปรียบกับ Tokugawa Ieyasu แล้ว โชคชะตาของ Kondou Isami หัวหน้าแห่ง Shinsen-gumi หมาป่าแห่งมิบุซึ่งโด่งดัง ที่มีต่อ Houzou-ji นี้ออกจะน่าเศร้าสลดยิ่งกว่า กล่องบรรจุหัวของเขาถูกพบอยู่ที่วัดแห่งนี้ กล่าวกันว่าหลังจากเขาแพ้พ่ายที่ศึก Kōshū-Katsunuma(甲州勝沼の戦い) แล้ว Kondou ก็ถูกรัฐบาลชุดใหม่จับกุมตัวและต้องโทษประหาร ด้วยวัยเพียงแค่ 35 ปีเท่านั้น เนื่องจากตัว Kondou นั้นได้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาปหยาบช้า หลุมศพของเขาจึงได้กลับกลายเป็นหลุมศพไร้ชื่อ ถูกเหยียดหยันด้วยการไม่ให้มีแม้นามสลักบนก้อนหิน หากเราท่านมาลองนึกย้อนดูก็ยิ่งน่าฉงนใจนัก ว่าหนึ่งในจอมคนผู้สรรค์สร้างยุคสมัยเฉกเช่นเขา หากรู้ว่าจุดจบของตนจะเป็นเช่นนี้ เขาจะคิดอ่านและกระทำการเช่นใดกัน?

นอกจากตำนานประวัติศาสตร์ที่ตัววัดเล่าขานกระซิบบอก Houzou-ji แห่งนี้ก็ยังมีพระพุทธรูปประจำวัด คือ พระอมิตาภพุทธะ และนอกเหนือจากนั้นก็ยังมี เจ้าแม่กวนอิม ประทับอยู่ที่ Rokaku-dou(六角堂). อีกถึง 6 องค์

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง Tokugawa Ieyasu และ Houzou-ji นั้นยังจะเห็นได้จากการที่วัดแห่งนี้มีพระพุทธรุป Tōshōdaigogen(東照大権現) ประทับอยู่ ซึ่งพระพุทธรูป Tōshōdaigogen นี้ก็คือ ภาพร่างของ Tokugawa Ieyasu ในรูปลักษณ์ของเทพเจ้านั่นเอง

ในบริเวณใกล้เคียงของ Houzou-ji นั้น ยังคงมีวัดอยู่อีกถึง 6 แห่ง และ Shoutoku-ji หนึ่งในหกของวัดเหล่านั้น ก็ยังเป็นที่ซึ่งต้นสนของ Tokugawa Ieyasu ตั้งตระหง่านอยู่ด้วย โดยหากอ้างอิงตามตำนานโบรารแล้ว ต้นสนนี้เคยช่วย Tokugawa Ieyasu ให้รอดพ้นจากการถูกสังหารอีกด้วย

หลังเสร็จสิ้นการเดินท่องประวัติศาสตร์เล่าขานแห่ง Houzou-ji ครั้งเมื่อเราท่านมองย้อนกลับไปยังภาพของวัดแห่งนี้อีกครั้ง แม้โครงสร้างของมันจะยังคงดุจเดิม แต่ด้วยประสบการณ์ ความรู้ และเรื่องราวที่ได้ไหลผ่านซึมซับเข้ามาในตัวระหว่างเที่ยวชม เราท่านคงรู้สึกถึงความผูกพันกับวัดแห่งนี้ได้ไม่น้อยเลย สิ่งนั้น เป็นความผูกพันที่เชื่อมต่ออดีตเข้ากับปัจจุบัน เชื่อมต่อเหล่าผู้คน วิถีชีวิต เรื่องราว ของพวกเขาเหล่านั้นซึ่งเคยมีชีวิตอยู่อย่างโลดโผนและเกรียงไกร เข้ากับยุคสมัยที่ข้ามผ่านมานานนับปี เพื่อมิให้เหล่าคนรุ่นหลังได้ลืมเลือน หรือทิ้งร่างห่างจากมันไปแสนไกล
ตำนานแห่ง Houzou-ji นี้มีไว้ เพื่อให้เหล่าจอมคนได้มีชีวิตอยู่สืบต่อไป ในตัวตนของผู้ที่ค้นพบตำนานของพวกเขา


ผู้แปล ภคิน ธนสารกิจ

Related Spots

Search from map