| กองบรรณาธิการCentrip

ภูเขาไฟฟูจิ-มิชิมะ:ทริปเที่ยวใน 1 วันที่สนุกได้จากสถานที่ไม่ไกลจากนาโกย่า⑧

มิชิมะ จุดหมายปลายทางหลักของการท่องเที่ยว

ใน to-do ลิสท์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไปญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่จะมี “ไปดูภูเขาไฟฟูจิ” เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆอยู่เสมอ สถานที่ที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิคือที่ไหน? การถกเถียงนี้มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในครั้งนี้เราจะไม่ได้มาเพื่อเถียงกับใครแต่จะมาพูดถึงมิชิมะซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีโทไคโดชินคันเซ็นและเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของการชมฟูจิ

มิชิมะล้อมรอบด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น ฮาโกเนะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาตามิทางภาคตะวันออก นุมะทสึที่เป็นท่าเรือประมงทางตะวันตกและคาบสมุทรอิซูทางตอนใต้ ดังนั้นที่นี่จึงมักถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยว แต่จริงๆแล้วมีสถานที่ที่เป็นไฮไลท์มากมาย .

ทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิเป็นรูปร่างที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิตามธรรมชาติ แหล่งน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาและศาลเจ้ามิชิมะไทชะอันยิ่งใหญ่ บทความในครั้งนี้จะแนะนำเรื่องแพลนการเที่ยว 1 วันในมิชิมะอันแสนมีสเน่ห์

วิธีเดินทางจากนาโกย่าไปยังมิชิมะ

เดินทางโดยโทไคโดชินคันเซ็นจากนาโกย่าไปยังมิชิมะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง20 นาทีสำหรับรถไฟประเภท "ฮิคาริ" และประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาทีสำหรับรถไฟประเภท "โคดามะ" แม้ว่า"ฮิคาริ" มาถึงเร็วกว่าแต่ไม่ใช่ทุก"ฮิคาริ"ที่สามารถไปยังมิชิมะได้ ค่าโดยสารอยู่ที่ 7,910 เยนรวมราคาที่นั่งพิเศษของชินคันเซ็น
เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการเว็บ Centrip มักจะเป็นผู้ที่เดินทางจากนาโกย่า จึงแนะนำเส้นทางจากนาโกย่าก่อน แต่จริง ๆ แล้วคุณก็สามารถจากสถานีโตเกียวในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงโดย “ฮิคาริ” หรือ “โคดามะ” โดยโทไคโดชินคันเซ็นได้เช่นกัน

แพลนเที่ยว 1 วันในมิชิมะ

จากสถานีมิชิมะไปยังสกายวอล์ค

เมื่อคุณลงจากชินคันเซ็นคุณจะเห็นภูเขาไฟฟูจิจากชานชาลาทันที แค่นี้ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วใช่มั้ยล่ะ
พอลงจากรถไฟแล้ว ให้มุ่งหน้าไปยังทางออกทิศใต้ของสถานีมิชิมะ สถานีมิชิมะนั้นมีรูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิทำให้ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นให้ขึ้นรถบัสจากวงเวียนหน้าสถานีและมุ่งไปยังสกายวอล์ค
รถบัสออกจากชานชาลาที่ 5 จากสถานีมิชิมะไปยัง สกายวอล์ค ราคา 570 เยนต่อเที่ยว แต่หากคุณจะเดินทางโดยรถบัสระหว่างสกายวอล์คไปยังซากปราสาท ยามานากะขอแนะนำให้ซื้อ "มิชิมะรุทิคเก็ต" ราคา 1000 เยนโดยสารได้ไม่จำกัดครั้งต่อวัน "ตั๋วมิชิมะรุ" สามารถซื้อได้ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ณ สถานีมิชิมะ

ทางออกทิศใต้สถานีมิชิมะ
ป้ายรถเมล์โทไคและป้ายรถเมล์

มิชิมะ สกายวอล์ค

จุดหมายแรกคือ มิชิมะสกายวอล์ค สะพานแขวนที่สร้างขึ้นในปี 2015 ความยาว 400 เมตร เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นที่สามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ยานพาหนะ ค่าผ่านทางสำหรับผู้ใหญ่ 1,100 เยนสำหรับการเดินไป - กลับและค่าผ่านทางสำหรับเด็กจะแตกต่างกันไปตามอายุ

สะพานและภูเขาไฟฟูจิ
ทิวทัศน์จากด้านหน้าของสะพาน

อาคารที่ทันอย่างสะพานแขวนเหล็กยาว 400 เมตรและภูเขาไฟฟูจิ มองดูแล้วช่างมีความตัดกันอย่างสดใส แต่วิวจากทางทิศตะวันตกของสะพานจะมีความงดงามเป็นพิเศษ มองเห็นวิวตั้งแต่ภูเขาฟูจิไปจนถึงอ่าวซุรูกะ
บริเวณทิศเหนือของสะพานแขวนนั้นได้รับการบำรุงรักษาให้เป็นสวนสาธารณะ มีกิจกรรมที่หลากหลายที่สามารถทำได้ที่นี่

สวนลอยฟ้าในโซนทิศใต้
มิชิมะโคร็อกเกะ

โซนทางตอนใต้มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสะพานและภูเขาไฟฟูจิ อีกทั้งยังมีสวนในร่มที่มีดอกไม้สวยงาม และนอกจากนี้ยังมีมิชิมะโคร็อกเกะ อาหารท้องถิ่นประจำมิชิมะวางจำหน่ายอีกด้วย

ซากปราสาทยามานากะ

ขึ้นรถบัสอีกครั้งก่อนออกเดินทางจากสกายวอล์ค ไปลงที่ซากปราสาทยามานากะ ที่ซากปราสาทยามานากะ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับมรดกทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นพร้อมกับชมภูเขาฟูจิได้ในเวลาเดียวกัน
ปราสาทยามานากะถูกสร้างขึ้นโดยโฮโจชิในยุคเซ็งโคะคุของญี่ปุ่น แม้ว่าตัวปราสาทจะยังไม่ได้รับการบูรณะแบบสมบูรณ์ แต่การที่ได้เห็นคูน้ำรูปทรงแปลก ๆคล้ายประตูเลื่อนแบบญี่ปุ่น ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ขึ้นรถบัสอีกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที และสามารถใช้ตั๋วมิชิมารุขึ้นได้ด้วย

ซากคูน้ำที่ปกคลุมไปด้วยสนามหญ้า
วิวของฟูจิที่มองเห็นได้จากซากปราสาท

ซากปรักหักพังของปราสาทที่มีความสูงแตกต่างกัน ทำให้เวลาเดินจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินป่าแบบเล็กน้อย ทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นจากเนินเขาที่ปีนขึ้นไปนั้นสวยงามเป็นอย่างมาก

โบราณสถานของโทไคโดในอดีต

มิชิมะเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่ตั้งอยู่ในอดีต โทไคโด ทางหลวงสายประวัติศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างโตเกียวและเกียวโต มีทางเดินหินรอบ ๆ ซากปรักหักพังของปราสาทยามานากะที่ช่วยรักษาบรรยากาศของทางหลวงในเวลานั้น
นอกจากนี้เส้นทางรถบัสที่เชื่อมต่อสถานีมิชิมะ, สกายวอล์คและปราสาทยามานากะ เป็นเส้นทางของโทไคโด ในอดีต ในเวลานั้นแนวต้นสนถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ระยะทางของนักเดินทางแต่ละอิจิริ(ประมาณ 4 กม.)ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ให้เห็น
คุณสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนระหว่างแนวต้นสนริมถนน

ทางเท้าหินรอบ ๆ ปราสาทยามานากะ
นิชิคิไดอิจิริสึกะ

อาหารกลางวันแนะนำของมิชิมะ: ปลาไหล

อุนะจู
ปลาไหลที่ถูกนึ่งจนนุ่ม

หลังจากชมสกายวอล์คและปราสาทยามานากะแล้ว กลับไปที่สถานี มิชิมะโดยรถบัสที่คุณขึ้นตอนขามา
อาหารกลางวันที่แนะนำของมิชิมะคือปลาไหล ว่ากันว่าปลาไหลของมิชิมะนั้นไม่มีกลิ่นและมีรสชาติที่อร่อย เพราะปลาไหลที่ปรุงนั้นเป็นปลาไหลที่ว่ายในน้ำใสใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิมาเป็นเวลาหลายวัน รอบ ๆ สถานี มีร้านค้าที่เชี่ยวชาญด้านปลาไหลที่ให้เสิร์ฟเมนูปลาไหลอยู่หลายร้านเลยล่ะค่ะ

สวนระคุจูเอ็ง

เมื่อออกจากทางออกทิศใต้ของสถานีมิชิมะ จะพบสวนขนาดใหญ่ที่เรียกว่าสวนระคุจูเอ็ง
เดิมทีที่นี่เป็นคฤหาสน์จักรวรรดิญี่ปุ่น ในปัจจุบันได้รับการดูแลโดยเมืองมิชิมะและถูกเปิดเป็นสวนสาธารณะ ที่สวนนี้มีหินลาวาที่กระจายออกมาเมื่อภูเขาไฟฟูจิระเบิดในสมัยโบราณ ถือเป็นจุดเด่นของสวนนี้ไปโดยปริยาย

ภายในสวน
บ่อน้ำโคะฮะมะกะที่แห้งขอด

ตรงกลางของสวนมีบ่อน้ำชื่อบ่อโคะฮะมะกะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แต่ตอนนี้แห้งขอด ด้วยเหตุนั้นทำให้สามารถมองเห็นหินลาวาที่อยู่ก้นสระ ซึ่งถือเป็นภาพที่แปลกตา

เดินเล่นริมน้ำ

มิชิมะเป็นเมืองแห่งน้ำ น้ำที่เกิดจากการละลายของภูเขาไฟฟูจิไหลไปหล่อเลี้ยงทั่วเมือง การเดินเล่นริมน้ำก็เป็นอีกความสนุกอีกอย่างหนึ่งที่สามารถเพลิดเพลินได้ที่มิชิมะ
เมื่อคุณออกจากทางออกทางทิศใต้ของสวนระคุจูเอ็ง คุณจะเห็นแม่น้ำเก็มเบที่ไหลอย่างเอื่อย ๆ มีทางเดินเลียบแม่น้ำ ที่สามารถเดินเล่นได้ประมาณ 2 ชั่วโมงในเส้นทางที่ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร

บ่อน้ำสายฟ้า
ที่ปั๊มน้ำ

เมื่อเดินเลาะริมน้ำไปเรื่อย ๆ คุณจะพบจุดถ่ายรูปหลายแห่ง เช่น บ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร ปั๊มสูบน้ำและระฆังบอกเวลาที่เคยถูกใช้ในอดีต เรียกได้ว่ามีเดินไกลแค่ไหนก็ไม่มีทางเบื่อเลยล่ะค่ะ

หอระฆัง
อนุสาวรีย์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแห่งน้ำ

ชมวิดีโอต่อไปนี้เพื่อดูบรรยากาศของการเดินริมน้ำ

ศาลเจ้ามิชิมะไทชะ

หลังจากเดินเล่นไปตามริมน้ำในเมืองเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งสู่สถานที่สุดท้ายนั่นคือศาลเจ้ามิชิมะไทชะ
ศาลเจ้ามิชิมะไทชะ เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแถบนี้ ได้มีการกล่าวกันว่าในศตวรรษที่ 12 ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งซามูไรญี่ปุ่นอย่างโยริโตโมะมินาโมโตะ ก็มานมัสการที่ศาลเจ้านี้เพื่อหวังจะได้รับชัยชนะก่อนที่จะไปต่อสู้กับตระกูลเฮชิ

ศาลเจ้าหลักของมิชิมะไทชะ
สวนที่มีกวางอาศัยอยู่

พื้นที่ของมิชิมะไทชะมีขนาดใหญ่ อาคารบางแห่ง เช่น ศาลเจ้าหลักถูกกำหนดให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ศาลเจ้าสวย ๆ เล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในสระน้ำที่เรียกว่า “ชินจิ” และยังมีกวางที่ถูกส่งมาจากศาลเจ้าคาซุกะไทชะ จ.นารา ให้มาอาศัยอยู่ที่นี่และสามารถให้อาหารได้

บรรยากาศในศาลเจ้า
ศาลเจ้าเล็ก ๆ หลายแห่งในบริเวณนั้น

สรุป

ในมิชิมะ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้คุณไปลองเยี่ยมชม เช่นวิวของภูเขาไฟฟูจิ เมืองที่มีน้ำไหลมาจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ ศาลเจ้ามิชิมะไทชะที่งดงามและสัมผัสประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งที่พักในอดีตอย่างโทไกโด มิชิมะเป็นสถานที่มีความพิเศษ เพราะที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นพร้อมกับเรียนรู้วัฒนธรรมของภูเขาไฟฟูจิได้ในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ที่นี่ยังอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวดัง ๆ อย่าง ฮาโกเนะ,อะตามิและอิสุ เที่ยวชมเมืองมิชิมะเสร็จแล้วจะแวะไปเที่ยวรอบ ๆ ด้วยก็ได้ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีนะคะ

Related Articles Related Articles