|Willow Lu

เดินชมดอกไฮเดรนเยียในช่วงเดือนมิถุนายน

หน้าฝนที่ญี่ปุ่นมักทำให้ดิฉันนึกถึงบรรยากาศหลังฝนหลังฝนตกที่บ้านเกิดของดิฉันทางตอนใต้ของจีน คือบรรยากาศโดยรอบที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นดินและฝน บวกกับดอกไฮเดรนเยียสีสันต่างๆตามริมทางที่ทำให้อารมณ์ดีขึ้นทุกครั้งที่เห็น

ตัวอักษรในภาษาจีนที่ใช้ในชื่อของดอกไฮเดรนเยียมีความหมายว่า “ความหวัง” แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว การเปลี่ยนสีของดอกไฮเดรนเยียตามค่า pH ของดินนั้นน่าจะทำให้นึกถึงหญิงสาวที่ดูดีแต่มีนิสัยที่คาดการณ์ไม่ได้และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกเมื่อเชื่อวัน

ไม่เพียงแต่ตามทางเดินเท่านั้น ดอกไฮเดรนเยียยังเบ่งบานทั่วทั้งที่ราบและภูเขาและสร้างทิวทัศน์ที่มีความมหัศจรรย์ราวอยู่กับในโลกเทพนิยาย
แถบบริเวณเมืองนาโกย่ามีจุดชมดอกไฮเดรนเยียที่น่าสนใจมากมายที่เดินทางไปโดยรถไฟหรือบัสได้โดยสะดวก ในบทความนี้ดิฉันจะพาไปชมเสน่ห์ของดอกไฮเดรนเยียในแต่ละจุด

ชมดอกไฮเดรนเยียที่วัดโอะสึกะโชคะอิจิในวันฝนตก

เราใช้เวลา 15 นาทีเดินทางจากนาโกย่าไปเมื่องอินะซาวะโดยรถไฟ เมืองเล็กๆแห่งนี้อาจดูเหมือนไม่มีอะไรโดนเด่นพอจะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ แต่ว่าเมืองนี้เป็นที่โด่งดังจากเทศกาลดอกไฮเดรนเยียอินาซาวะ (稲沢あじさいまつりInazawa Hydrangea Matsuri) หนึ่งในเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคญี่ปุ่นตอนกลางจัดโดยวัดโอะสึกะโชคะอิจิ (大塚性海寺) ทุกวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี นี่จึงเป็นสาเหตุที่วัดนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อคือ “วัดดอกไฮเดรนเยีย”

วัดโชไคจิยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากมายที่เปิดให้ผู้คนเข้าชม อีกทั้งยังเป็นแหล่งความรู้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัฒนธรรมหรือประวัติศาสตร์ แล้วยังมีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมอีกด้วย

ทั้งโถงหลัก เจดีย์สมบัติ (เจดีย์ฐานทรงกระบอกหลังคามุมเชิด) และ เจดีย์ทะโฮโต (เจดีย์ไม้สองชั้น) ล้วนถูกบันทึกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ แม้ว่าทั่วจังหวัดไอจิและเมืองอินะซาวะจะมีมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติของญี่ปุ่นอยู่มากมาย แต่หากคุณกำลังมองหาจุดชมดอกไฮเดรนเยียในบรรยากาศความร่มรื่นของวัด ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมทีเดียว

ชมดอกไฮเดรนเยียที่สวนชายะงะซากะวันอากาศสดใส

สวนชายะงะซากะ (茶屋ヶ坂公園) ตั้งอยู่ในเขตชิคุสะในเมืองนาโกย่า ที่นี่เป็นอีกสถานที่ที่เหมาะสมกับการชมดอกไฮเดรนเยีย

หลังเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินชายะงะซากะมาโดยใช้เวลา 5 นาทีจะมาถึงทางเข้าสวน ทั้งบ่อน้ำและป่าขนาดย่อมของที่นี่จะให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับสู่ธรรมชาติ ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆที่มีสวนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติอยู่กลางเมืองแบบนี้

พอข้ามสะพานชื่อ “อะจิไซฮะชิ” (あじさい橋) และเดินตามถนนมาเรื่อยๆจะพบกับ “ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย” ไม่ว่าจะมองไปไกลขนาดไหนก็เห็นแต่ดอกไฮเดรนเยียแบบไม่มีที่สิ้นสุด คงไม่มีคำพูดใดใดที่สามารถสื่อถึงความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ได้เท่าการได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

ทุ่งแห่งนี่มีต้นไฮเดรนเยียมากกว่า 4000 ต้น ทุ่งดอกไฮเดรนเยียสิ่งตระการตานี้จึงทำให้บรรยากาศในสวนดูเหมือนอยู่ในประเทศแถบยุโรปมากกว่าญี่ปุ่น ในวันที่อากาศดีมักจะมีศิลปินมานั่งวาดภาพทิวทัศน์เหล่านี้

ชมดอกไฮเดรนเยียที่คาตะฮาระออนเซ็นในยามกลางคืน

คาตะฮาระออนเซ็น (形原温泉) ที่เมืองกามะโงริไม่ได้เป็นเพียงแค่ออนเซ็นแต่ยังมีเมืองดอกไฮเดรนเยียด้วย นอกจากจะได้ชมวิวของทั้งอ่าวและดอกไฮเดรนเยียแล้ว ยังสามารถเข้าร่วมงานโชว์การประดับไฟที่มักจัดตอนกลางคืนทุกเดือนมิถุนายนอีกด้วย

ที่นี่มีต้นไฮเดรนเยียมากกว่า 50000 ต้น จึงไม่แปลกที่จะมองเห็นดอกไฮเดรนเยียได้ตั้งแต่ตีนเขายันยอดเขา ภาพทิวทัศน์ที่แสนสวยงามนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าช่างภาพมาเก็บภาพเป็นจำนวนมาก

ภาพของแสงสลัวๆสะท้อนเงาบนทะเลสาบ เสียงดนตรีญี่ปุ่นสุดไพเราะ และกลิ่นหอมของขนมดังโงะ (ขนมญี่ปุ่นที่ทำจากแป้งข้าว) ที่ส่งกลิ่นหอมออกมาจากบ้านเรือนรอบๆบริเวณ คือสัญญาณบอกการเริ่มต้นของฤดูร้อน ถ้าโชคดี คุณอาจมีโอกาสได้เห็นเหล่าหิ่งห้อยด้วย จะมีอะไรโรแมนติคไปกว่าการเดินเคียงกันไปถึงยอดเขา แล้วสั่นระฆังคู่รักด้วยกันท่ามกลางทุ่งดอกไฮเดรนเยีย

หวังว่าการชมดอกไฮเดรนเยียในบริเวณที่เราแนะนำไปจะทำให้คุณได้มีความสุขแม้จะเป็นในช่วงหน้าฝน


แปลโดย ปัญจพร สง่าอนันต์วงษ์

Related Spots

Search from map