|Willow Lu

ชิโนะจิมะ

ห่างไปไม่ไกลจากนาโกย่าที่มินามิจิตะคือที่ตั้งของเกาะเล็กๆสองเกาะ สองเกาะนี้เหมาะมากสำหรับการปลีกตัวออกจากบรรยากาศวอกแวกจอแจของเมืองใหญ่เพื่อเดินเล่นตามทะเลหรือชิมอาหารทะเลรสชาติเยี่ยม


เกาะหนึ่งมีชื่อว่า “ชิโนะจิมะ” และอีกเกาะมีชื่อว่า “ฮิมาคาจิมะ” ทั้งสองเกาะห่างจากนาโกย่าไปเพียงหนึ่งชั่วโมง และถ้าออกแต่เช้าก็สามารถออกเที่ยวได้ทั้งหมดในวันเดียว แต่หากมีเวลา เราแนะนำให้พักค้างที่โรงแรมสักคืนเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกริมทะเล

เรามีวิธีเดินทางสองวิธีมานำเสนอ วิธีแรกคือ ขับรถไปยังท่าเรือโมะโระซากิแล้วเปลี่ยนไปขึ้นเรือเจทฟอยล์ จากท่าเรือโมะโระซากิจะใช้เวลาไปถึงเกาะสิบนาที อีกวิธีหนึ่งคือนั่งรถไฟไปลงสถานีโกะวะ(สายเมเทะสึ) (50 นาทีจากสถานีนาโกย่า) แล้วขึ้นรถบัสฟรี ใช้เวลา 3 นาทีก็จะถึงน่าเรือโกะวะ และอีก 30 นาทีจนจะถึงเกาะทั้งสอง

ชิโนะจิมะ

ชิโนะจิมะได้รับการขนานนามว่าเป็น “เกาะมัตสึชิมะแห่งภูมิภาคโทไก” (เกาะมัตสึชิมะคือชื่อของหนึ่งในเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น) และเป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์ที่สวยงาม คุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมไปถึงการเป็นแหล่งปลาปักเป้าและปลาชิราสุ ว่ากันว่าภาพพระอาทิตย์ตกดินที่นี่คือหนึ่งในวิวที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางท่าเรือได้บูรณะสถานที่และเริ่มจัดขายสินค้าประจำท้องถิ่น คุณจึงสามารถเดินดูรอบๆท่าหรือหาอาหารทะเลแบบดั้งเดิมทานได้ระหว่างรอขึ้นเรือ

พอลองเดินรอบๆเกาะจะพบว่ามีวัดตั้งอยู่มากมายรอบบริเวณ

อย่างที่ได้กล่าวไว้ ชิโนะจิมะยังเป็นที่รู้จักจากกรเป็นแหล่งปลาปักเป้าอีกด้วย เนื่องจากเกาะนี้ตั้งอยู่ที่จุดเชื่อมต่อระหว่างอ่าวมิกาวะและอ่าวอิเสะพอดีจึงเอื้อให้จับปลาได้ง่าย
นอกจากปลาปักเป้าที่ถือว่าเป็นอาหารที่ค่อนข้างพิเศษ ยังมีอาหารที่ทำจากปลาชิราสุสดๆอีกด้วย

เนื่องจากเกาะนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่คลื่นมหาสมุทรพัดเข้า จึงเป็นจุดยอดนิยมของผู้ที่ชื่นชอบการตกปลา

นอกจากนี้ เกาะแห่งนี้ยังมีเหมืองหินจำนวนมากอีกด้วย เป็นที่เล่าขานกันว่าสมัยตอนสร้างปราสาทนาโกย่า ซามูไรผู้เลื่องชื่อคิโยมาสะ คาโต้ และผู้ติดตามของเขาได้หินที่ใช้สร้างปราสาทจากเกาะนี้ ทราบได้จากหลักฐานที่ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ในบริเวณที่พวกเขามาเปิดเหมือง ณ เวลานั้นมีหินก้อนมหึมาที่พวกเขาไม่สามารถขนไปได้ที่ปัจจุบันได้ชื่อเรียกว่า “หินหมอนคิโยมาสะ”

เกาะแห่งนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับวัดอิเสะอีกด้วย มีเรื่องเล่าว่าเจ้าหญิงยามาฮิเมะ โนะ มิโกโตะ ธิดาในจักรพรรดิซุยนินเคยชื่นชอบปลากะพงจากที่นี่ เมื่อ 2000 ปีที่แล้ว ชาวบ้านมักใช้ปลาที่จับได้เป็นของสักการะเหล่าจิตวิญญาณและเทพเจ้าที่ปกปักษ์รักษาตน ในปัจจุบันประเพณีจัดพิธีถวายของสักการะยังมีให้เห็นอยู่


แปลโดยปัญจพร สง่าอนันต์วงษ์

Related Spots

Search from map