|Mark and Mako

โอสุ อีกด้าของเมืองใหญ่ ตอนที่1

บางคนมักพูดว่าตัวเองชอบเมืองใหญ่ๆ แต่ในบางที่ก็หน้าตาเหมือนกันเลย มีร้านใหญ่ๆและตึกใหญ่ๆเต็มไปหมด ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้โอสุ เมืองนาโกย่าอาจเป็นตัวเลือกที่แปลกใหม่สำหรับคุณ ทางเราอยากจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับย่านนี้และแนะนำสถานที่ต่างๆของที่นี่ให้กับคุณได้รู้จัก

ครั้งนี้เรามีมาโกะ นาเบะทานิ เพื่อนชาวนาโกย่ามาด้วย เธอจึงเป็นคนที่เหมาะจะนำเราเที่ยวรอบย่านโอสุ

การเดินทางไปย่านโอสุนั้นสามารถเดินทางได้โดยรถไฟใต้ดินสายTsurumai (สีฟ้า) ไปยังสถานนี Osu Kannon หรือรถไฟใต้ดินสาย Meijo (สีม่วง) ไปยังสถานนี Kamimaezu จากสถานนี Osu Kannon ใช้ทางออกเบอร์2และเดินตรงสักครู่แล้วจะเจอกับวัดโอสุ คันนอนอยู่ทางด้านซ้ายมือ สำหรับสถานนี Kamimaezu ใช้ทางออกเบอร์8หรือ9แล้วคุณจะมาพบกับย่านช็อปปิ้งหลักของบริเวณนี้

Let’s go and discover some of the attractions of Osu.

9:00 วัดบันโชจิ

วัดบันโชจิตั้งอยู่ในใจกลางย่านช็อปปิ้งของโอสุ การเดินทางต้องเริ่มต้นจากการหาแมวกวัก (มาเนคิ เนโกะ)ที่ตั้งอยู่ตรงทางแยกของถนนสองสาย วัดบันโชจิตั้งอยู่ในระยะใกล้กับแมวตัวนั้นบนถนนด้านซ้าย(หากมองจากทางที่มาจากสถานนี Osu Kannon) หรือด้านขวาหากคุณเดินมาจากทางสถานนี Kamimaezu

บันโชจิเป็นสถานที่ที่น่าสนใจเพราะมีความเกี่ยวข้องกับทั้งโทคุกาวะ อิเอยาซุ และโอดะ โนบุนางะ วัดนี้ถูกสร้างโดยบิดาของโนบุนางะนามว่าโนบุฮิเดะ หากท่านไม่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น อิเอยาซุและโนบุนางะคือสองบุคคลสำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและเป็นสองในสามคนที่เปลี่ยนแผ่นดินญี่ปุ่นไปตลอดกาล ในบางเวลาของวันจะมีคาระคูริ(ตุ๊กตากล)ที่ออกมาแสดงเป็ฯโนบูนางะและบอกเรื่องราวในชีวิตของโนบุนางะอีกด้วย

เหล่ามังกรที่น่าประทับใจพวกนี้เป็นสมาชิคที่เพิ่งถูกเพิ่มเติมขึ้นที่บันโชจิได้ไม่นาน และเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ ที่นี่มีการแสดงแสงและน้ำในทุกๆสองชั่วโมงจากเวลา11นาฬิกาไปจนถึง20นาฬิกา เนื่องจากที่นี่เป็นวัดจึงมีเสาสีแดงตามทำเนียมและสถานที่เพื่อสวดมนต์อธิฐาน

หากคุณไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างที่นี่ก็มีป้ายอธิบายด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีออฟฟิซที่คุณสามารถไปฟังบทสวดและซื้อเครื่องรางได้

หากคุณชื่นชอบวัดญี่ปุ่นหรือมีความสนใจเกี่ยวกับยุคเซ็นโกคุของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น คุณไม่ควรพลาดวัดเบ็นโชจิ

9:30 วัดโอสุคันนอน

หากคุณมาจากด้านสถานนี Osu Kannon นี่จะเป็นสิ่งแรกที่คุณเห็นก่อนจะถึงถนนย่านช็อปปิ้งสองสาย (ถ้ามาจากด้าน Kamimaezu จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เห็น) ถนนสองสายนี้มีชื่อแต่เพื่อให้หาได้ง่ายเราจะเรียกถนนซ้ายว่าสาย1และถนนขวาว่าสาย2 สาย1คือสายที่คุณสามารถมองเห็นได้จากวัดโอสุคันนอน และสาย2จะอยู่ถัดออกไปทางด้านขวามือ

วัดโอสุคันนอนเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของนาโกย่า วัดนี้เป็นหนึ่งในวักในแทบนี้ของประเทศญี่ปุ่ที่สร้างขึ้นเพื่อพระโพธิสัตว์ (ไม่ใช่พระพุธเจ้า) นามว่าคันนอน หากคุณบังเอิญอยู่ที่นาโกย่าในช่วงปลายปีและอยากเห็นว่าคนแน่นที่แท้จริงเป็นอย่างไร ลองมาที่โอสุ คันนอนในวันที่31ธันวาคม ก่อนเที่ยงคืนดู

โอสุมีวัดลักษณะตามแบบวัดศาสนาพุธในประเทศญี่ปุ่นมากมาย ควันศักสิทธิ์ เอ็นมะ(แผ่นไม้ที่ใช้เขียนคำอธิฐาน) เสาแดงเช่นที่เราเห็นที่วัดบันโชจิ

คุณสามรถเสี่ยงโชคกับโอมิคุจิ ซึ่งเป็นแผ่นกระดาษเซียมซีที่จะบอกโชคชะตา คุณสามรถหยิบออกมาจากกล่องสีแดงและดูว่าผลจะออกมาว่าโชคร้ายหรือโชคดี

ทางด้านซ้ายของวัดจะมีตึกเล็กอยู่หลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยพระพุธรูปและมีบรรยากาศเงียบสงบกว่าส่วนอื่นๆ

สุดท้ายแล้ว จะมีตลาดนัดหน้าวัดเดือนละสองครั้ง (ในวันที่18และ28) และจะมีคนมาขายของน่าสนใจมากมาย หากท่านอยู่ที่นาโกย่าในวันนั้นๆลองไปเที่ยวดูได้นะคะ

10:30 โคเมะเฮียว

โคเมะเฮียวเป็นร้านเก่าแก่ร้านหนึ่งของโอสุและมีทั้งหมดหกชั้น จำหน่ายเสื้อผ้าสำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาหรือเครื่องประดับ จึงทำให้อาจหมดเวลากับการเดินเล่นที่นี่มากทีเดียว

โคเมะเฮียวแบ่งออกเป็นสองตึกแต่อยู่เกือบจะติดกัน จากโอสุ คันนอน เดินไปตามถนนสาย1 (ถนนถัดจากวัดโอสุ คันนอน) โคเมะเฮียวตึกแรกที่คุณจะเจอจะเป็นตึกที่จำหน่ายกล้องและเครื่องดนตรี นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์การท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่นตอนกลาง เราจะกลับมาที่นี่ที่หลังแต่ตอนนี้จะเป็นการข้ามถนนไปยังตึกที่สองของโคเมะเฮียวทางด้านซ้าย

ชึ้นหนึ่งเป็นชั้นเครื่องประดับ ทุกชั้นจะถูกแบ่งเป็นหลากหลายโซน ทั้งแคชชัวล์ แบรนด์ สตรีท ฯลฯ

ขั้นที่สองเป็นชั้นสำหรับนาฬิกา และถูกแบ่งเป็นโซนต่างๆตามสไตล์ของลูกค้า

ขั้นที่สามเป็นชั้นกระเป๋า

เมื่อมาถึงชั้นที่สี่จะเริ่มแบ่งเพศเป็นชั้นสำหรับสุภาพสตรี ชั้นนี้เป็นชั้นสำหรับเสื้อผ้าสุภาพสตรีและแบ่งเป็นโซนต่างๆตามสไตล์ แคชชัวล์ สตรีท และ แบรนด์

ชั้นที่ห้าเป็นของสุภาพบุรุษและมีบรรยากาศสไตล์อเมริกัน ชั้นนี้มีเครื่องประดับและหมวก

ชั้นหกเป็นชั้นเสื้อผ้า

หากคุณสนใจในเรื่องแฟชั่น นาฬิกา ฯลฯ ที่นี่เป็นที่ที่ไม่ควรพลาด

11:20 ทาเบรูคิ อาหารกลางวัน อาโอยานากิ

จริงๆแล้วไม่มีคำแปลคำว่า ทาเบรูกิ ได้อย่างตรงๆตัว อย่างน้อยก็ไม่สามารถแปลได้ด้วยคำเพียงคำเดียว วลีนี้มีความหมายว่า เดินไปกินไป และหมายความว่าคุณสามารถเดินเล่นไปพลางลองชิมอาหารพื้นเมืองไปด้วยในเวลาเดียวกัน ในประเทศที่หลงไหลอาหารเช่นญี่ปุ่น การมีวลีแบบนี้จึงไม่น่าประหลาดใจเท่าไรนัก

เราไปพบกับร้านหนึ่งที่ขายมันจูเข้า (หนึ่งในขนมชื่อดังของญี่ปุ่น) และตัดสินใจว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ที่ดีที่จะเริ่มประสบการณ์ทาเบรูคิ

ในเมื่อตอนนั้นเป็นเวลาราวๆช่วงเที่ยงเราจึงมุ่งไปยังร้านพิซซ่าที่เป็นร้านที่ดังที่สุดในเมืองนาโกย่า

หลังจากพิซซ่าที่อร่อย จุดหมายต่อไปของเราคือ ร้านอาโอยากิ สินค้าดังของที่นี่คือ อูอิโร ซึ่งเป็นขนมที่ทำมาจากแป้งและน้ำตาล อาโอกิเป็นหนึ่งในร้านดังที่สุดในแวดวงอูอิโรเราจึงไม่พลาดที่จะไปลองชิม

มาโกะดูจะประทับใจกับสินค้าที่นี่มากทีเดียว


แปลโดย ชลิตา เลิศศรัทธา

Related Spots

Search from map