| กองบรรณาธิการCentrip

ทัวร์ครึ่งวันที่ปราสาทนาโกย่าและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ ปราสาท

เมื่อพูดถึงปราสาทนาโกย่า สิ่งแรกที่น่าจะลอยเข้ามาในหัวของหลาย ๆ คนน่าจะเป็นภาพของเทนชุคะคุ(ตัวปราสาทสูง ๆ )ตั้งแต่ตัวปราสาทหลังนี้ต้องปิดเพื่อปรับปรุงโครงสร้างภายใน นักท่องเที่ยวหลายท่านก็เอาปราสาทนาโกย่าออกจากลิสท์สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปหรือไม่ก็แวะมาถ่ายรูปหน้าตัวปราสาทแล้วก็กลับ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วในเขตปราสาทนาโกย่ายังมีสิ่งที่น่าสนใจและควรค่าแก่การชมอีกมาก วันนี้ Centrip จะพาทุกท่านทัวร์รอบปราสาทนาโกย่า หนึ่งในปราสาทที่ติดหนึ่งในสามของปราสาทชื่อดังในญี่ปุ่น

ปราสาทนาโกย่า

แน่นอนว่าอันดับแรกที่เราจะแนะนำก็ต้องเป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ “ปราสาทนาโกย่า” ซึ่งเป็นปราสาทที่เคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองในอดีตของตระกูลโอวะริโทะคุกะวะและได้ปลี่ยนชื่อมาเป็น “นาโกย่าริคิว”เพื่อใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่น หลังจากปีค.ศ.1930 ปราสาทนาโกย่าได้ถูกมอบให้เป็นของขวัญแก่เมืองนาโกย่าที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปชื่นชมความงามข้างในได้ ด้วยความที่ปราสาทนาโกย่าเป็นปราสาทที่มีเรื่องราวในด้านประวัติศาสตร์มายาวนาน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเข้าไปชมเป็นอย่างมาก

ในครั้งนี้เราขอยกไฮไลท์เด็ด ๆ มานำเสนอ เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดชมที่ดี ๆ ในปราสาทนาโกย่า.

ฮมมะรุโกะเต็ง (本丸御殿-สำนักราชวังฮมมะรุ)

ด้วยความที่ที่นี่เคยเป็นทั้งที่ทำงานและที่อยู่อาศัยของผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ทำให้ที่นี่ก็มีความสวยงามและโอ่อ่าไม่แพ้ตัวปราสาทสูง ทั้งการวางไม้เพดานที่ดูมความเก๋ไก๋ ของตกแต่งงานแกะสลักสุดปรานีตที่ทำจากมือ งานจิตรกรรมฝาผนังประดับทองที่เป็นผลงานชื่อดังของจิตกรในอดีตนามว่าสำนักคะโนะ ทั้งหมดที่กล่าวมาจะทำให้ท่านได้เพลิดเพลินไปกับการชมความงามอันล้ำค่าของศิลปะที่สืบทอดมาจากในอดีต
รายละเอียดและความเป็นมาของสำนักราชวังฮมมะรุได้ถูกเรียบเรียงไว้ในอีกบทความนึงแล้ว ใครที่อยากแวะเข้าไปที่สำนักราชวังฮมมะรุลองอ่านดูนะคะ

เท็นชุคะคุ (天守閣-ตัวปราสาท)

ในขณะที่สำนักราชวังฮมมะรุเคยเป็นสำนักงานและที่อยู่อาศัย เท็นชุคะคุก็เคยถูกใช้เป็นกองบัญชาการการทหารมาก่อน เนื่องจากที่นี่เน้นไปที่การทหารจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตกแต่งภายในมากนัก ที่ผ่านมาภายในส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลโทะคุกะวะและเหล่าซามุไร แม้ในตอนนี้จะไม่เปิดให้เข้าชมภายในตัวปราสาทแต่ภายนอกก็สวยงามไม่แพ้ข้างใน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คินฉะจิ” (ปลาโลมาทอง)ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนาโกย่า

สุมิ ยะกุระ(隅櫓/หอสังเกตการณ์)

หอสังเกตการณ์มักจะปรากฏอยู่ในเขตปราสาทของญี่ปุ่น ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวปราสาทเองก็เป็นหนึ่งในหอสังเกตการณ์และถือเป็นหอสังเกตการณ์ที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้
นอกจากตัวปราสาทสูงแล้ว ในเขตปราสาทนาโกย่ามีหอสังเกตุการณ์อีก 3 แห่ง ทั้ง 3 หอเป็นสิ่งก่อสร้างที่ผ่านมาทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวและไฟสงคราม

เซนัน-ซุมิ ยะกุระ(หอสังเกตุการณ์ทิศตะวันตกเฉียงใต้)

หอสังเกตุการณ์ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นหอสังเกตุการณ์เพียงแห่งเดียวที่เปิดให้เข้าชม หากมองจากภายนอกหอนี้ดูเหมือนมีแค่ 2 ชั้น แต่ที่จริงแล้วมีถึง 3 ชั้นด้วยกัน
ทั้ง 3 ชั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และคุณสามารถมองเห็นตัวปราสาทสูงจากหอนี้อีกด้วย

โทนัน-ซุมิ ยะกุระ(หอสังเกตุการณ์ทิศตะวันออกเฉียงใต้)

หอสังเกตุการณ์ทิศตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะเหมือนหอสังเกตุการณ์ทิศตะวันตกเฉียงใต้ตรงที่ภายนอกดูเหมือนมี 2 ชั้นแต่ที่จริงแล้วมี 3 ชั้น หอนี้ตั้งอยู่บนกำแพงหินที่มีลักษณะลาดเอียงที่เรียกว่า “อิชิโอะโตะชิ” เพื่อการโจมตีศัตรู ที่นี่จะเปิดเข้าชมบางวันเท่านั้น ถ้าคุณอยากที่จะเข้าไปดูล่ะก็ อย่าลืมเช็คเวลาให้ดีล่ะ

เซโฮคุ-ซุมิ ยะกุระ(หอสังเกตุการณ์ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)

หอสังเกตุการณ์ทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็เป็นหอที่มี 3 ชั้นเช่นกันและถือเป็นหอสังเกตุการณ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองและคงอยู่ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันของญี่ปุ่น บางแหล่งก็บอกว่าที่นี่เป็นตัวปราสาทหลักของปราสาทคิโยะสุ จึงทำให้มีบางคนเรียกที่นี่ว่า คิโยะสุยะกุระ หอนี้เป็นหอที่แสดงให้เห็นถึงความใหญ่ของปราสาทนาโกย่า เพราะสิ่งที่มีความใหญ่เท่ากับตัวปราสาทหลักของปราสาทอื่นเป็นได้เพียงแค่หอสังเกตุการณ์ของปราสาทนาโกย่าเท่านั้น

ที่นี่ไม่เปิดให้เข้าชมบ่อยนัก หากสนใจอยากเข้าชม กรุณาเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หลัก

สวนนิโนะมะรุ

สวนนิโนะมะรุตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระราชวังนิโนะมะรุ ถือเป็นสวนของขุนนางที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
หลังจากผ่านเหตุการณ์ภัยธรรมชาติและสงครามมาหลายครั้ง สวนทางทิศเหนือแห่งนี้ก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ได้ จุดเด่นของสวนตระกูลโอวะริคงจะเป็นหินก้อนใหญ่และพื้นอันสูงชัน สวนนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของสวนในสมัยปลายเอโดะและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทิวทัศน์อันงดงามของชาติในปีค.ศ.2018

โนกิ-โซโกะ (โกดัง)

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในต้นสมัยเมจิ เป็นโกดังที่รักษาภาพวาดมากกว่า 1000 ภาพที่ปัจจุบันถูกตกแต่งในสำนักราชวังฮมมะรุให้ปลอดภัยจากภัยสงคราม

กำแพงหิน (หินคิโยะมะสะ)

หินคิโยะมะสะถูกรู้จักในฐานะที่เป็นหินที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกใช้ในปราสาทนาโกย่า หินนี้ถูกตั้งชื่อตาม คะโต้ คิโยะมะสะ สถานิกผู้ออกแบบปราสาทและเป็นผู้นำหินก้อนนี้เข้ามาในนาโกย่า

หินฐานตัวปราสาท

หินที่ฐานปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งเมื่อตัวปราสาทนาโกย่าถูกสร้างขึ้นใหม่ แม้จะไม่มีความหมายทาฃความทรงจำมากนักแต่ก็ทำรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเห็น

เซคคังไทป์ เซะคิชิทสึ (สุสานโบราณ)

เป็นสุสานในพื้นที่อิซุโมะที่ถูกตั้งขึ้นด้วยเงินบริจาคของผู้คนในนาโกย่า

ห้องชงชา

ในเขตสวนโอฟุเคะมะรุมีห้องชงชาโบราณอยู่ 4 ห้องด้วยกันซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะปิดและเปิดก็ต่อเมื่อมีการจัดพิธีชงชาหรืองานแต่งงานเท่านั้น

ของขวัญพิเศษจากปราสาทนาโกย่า

ในปราสาทนาโกย่ามีร้านของฝากและร้านของที่ระลึกมากมาย คุณสามารถรับประทานขนมหวานพื้นเมืองหรือหาของหาของขวัญเล็ก ๆ น่ารัก ๆที่มีรูปโลโก้ปลาโลมาทองติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ และอย่าพลาดซื้อสติ๊กเกอร์ปราสาทนาโกย่ากลับไปเป็นที่ระลึกด้วยนะคะ

ร้านของที่ระลึกมีของฝากและหนังสือที่เกี่ยวกับสำนักราชวังฮมมะรุวางขายอยู่มาก(ลองดูเสือที่อยู่บนแม่เหล็กสิ แค่นี้ก็รู้ว่าชีวิตในสำนักราชวังฮมมะรุจะชิลแค่ไหน)
มีร้านขายของฝาก 2 ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลกันมาก แนะนำให้ลองเข้าไปดูทั้งคู่เลยนะคะ

สรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทความครั้งนี้ ถึงตัวปราสาทหลักยังไม่เปิดแต่ก็ไม่ต้องเหงาไป เพราะมีสำนักราชวังฮมมะรุที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และยังมีสวนนิโนะมะรุที่เป็นสวนของขุนนางที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย แค่นี้ก็คุ้มเวลาเข้าไปชมแล้วค่ะ
อย่าพลาดการแนะนำครั้งต่อไปของเรา: สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ปราสาทนาโกย่า

Related Articles Related Articles